Thailand Visit 2011

วันที่ ๓๑ พฤศจิกายน ออกเดินทางจากสนามบิน Arlanda เครื่อง delay ไปหนึ่งชั่วโมงเนื่องจากระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ขัดข้อง (จริงๆแล้วไม่ต้องมีก็ได้ ยังไงก็ไม่ได้ดูอยู่ดี) ปีนี้นั่งนับวันถอยหลังรอกลับบ้าน เตรียมรายการอาหารที่อยากกินไว้ยาวยืด (หลังจบทริปปรากฏว่ามีไ่ม่ได้กินอยู่สี่อย่าง ได้แก่ กุ้งแช่นำ้ปลา ข้าวเหนียวถั่วดำ ลอดช่อง และอาหารเวียดนาม)

โปรแกรมกลับมาไทยคราวนี้คือมาร่วมงานแต่งแพร์ หนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้นต้องไปงานแต่งมดที่พิษณุโลก เวลาที่เหลือก็อยู่ที่ประจวบนั่นแหละ โดยตั้งใจเหมือนทุกทีว่าเวลากลับบ้านก็คือการให้เวลากับพ่อและแม่ เพราะทั้งสองคนก็มีแต่แก่ขึ้นทุกวัน ยิ่งกลับมาคราวนี้เห็นพ่อเริ่มเจ็บโน่นเจ็บนี่แล้วก็ใจหาย เพิ่งจะ ๖๐ เอง แล้วนี่พ่อเพิ่งจะได้มาสวีเดนหนเดียวเอง

นอกจากนี้กลับมาคราวนี้ก็มีเรื่องไม่ได้วางแผนไว้เกิดขึ้นด้วย เหล่าซาโกวเสียก่อนที่แพร์จะแต่งงานประมาณสองวัน ไปเห็นเหล่่าซาโกวแล้วก็น่าสงสาร อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เรื่องในวันข้างหน้าไม่มีใครหยั่งรู้ เหล่าซาโกวเป็นคนมีฐานะแต่โชคไม่ดีที่ลูกชายเพียงคนเดียวมาจากไปก่อน คนที่เป็นความหวังทุกอย่างของพ่อแม่ หวังจะได้พึ่งพาในยามแก่เฒ่า หลังกู๋ต้นเสียได้ประมาณสามเดือนเหล่าซาโกวก็สิ้นบุญ

คนเราตอนสุดท้ายของชีวิตนั้นเลือกกันไม่ได้ แล้วแต่บุญวาสนาและบารมีที่แต่ละคนได้สะสมไว้ในตอนที่ยังมีชีวิต สำหรับเหล่าซาโกวพอไปเห็นบั้นปลายชีวิตแล้วก็สะท้อนใจ คนเราที่สุดก็มีเพียงเท่านี้ คนเราจะรักใครต้องรู้จักรักและต้องรู้จักให้ความรักอย่างเหมาะสม ความรักที่มากเกินไปย่อมไม่เป็นผลดีทั้งต่อผู้ให้และผู้รับ หลานเหล่าซาโกวทั้งสองคนไม่เห็นมีใครแสดงความผูกพันเลย มีก็แต่เหล่าเตี๋ยวซึ่งตอนนี้ก็เหมือนตัวคนเดียว

ครอบครัวเป็นหน่วยทางสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยจนกระทั่งได้รู้จักกับ JJ และ JJ บอกว่า ครอบครัวหากตัวเราไม่รู้จักสร้างใหม่ ครอบครัวเดิมที่มีอยู่วันหนึ่งก็จะค่อยๆจากเราไป ครอบครัวเราเคยอยู่ด้วยกันแบบตัวติดกันตลอด ไปไหนมาไหนต้องไปทั้งครอบครัว แต่ก็มาเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่เรามาเรียนที่สวีเดน คนที่เมืองไทยก็ต้องดำเนินชีวิต เขาก็ต้องเที่ยว เวลาเที่ยวก็ไม่มีเรา ส่วนเวลาเราเที่ยวทางนี้ เราก็เที่ยวโดยไ่ม่มีเขา

ปีนี้พ่อกับแม่ไม่ได้มารอรับที่สนามบิน เป็นพีชแพร์เหมียวแบงค์มารับแทน คือว่าเรายังโชคดี เพราะครอบครัวใหม่ที่ทุกคนกำลังขยับขยายก็ดูจะเป็นครอบครัวใหม่ที่ดี พอออกจากสนามบินก็ตรงมาที่โรงแรมเลย ปีนี้พักที่ Hilton Millenium เป็นเวลาสองคืน ในการไปเที่ยวพอถึงเวลาจ่ายก็คือต้องจ่ายเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่เป็นการพักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่ในการจ่ายก็ควรจะต้องจ่ายอย่างฉลาดด้วย เพื่อให้ของที่ได้คุ้มกับค่าเงิน

เหมือนกับทุกปี เราก็พยายามจะถ่ายรูปให้ได้มากที่สุด แต่เนื่องจากปีนี้ไม่ได้วางแผนเที่ยวก็เลยต้องถ่ายตามโอกาสที่เอื้ออำนวย ถ้าตรงไหนพอถ่ายได้ก็ถ่าย อย่าขี้เกียจ

แม่ก็เหมือนเดิม ติดลูกว่าจะไม่มาๆ แต่พอเราถึงกรุงเทพก็อดใจไม่ได้อยู่ดีก็เลยรีบขึ้นมา มื้อแรกของครอบครัวคือไปกินติ๋มซำที่ Evergreen ตามคำเรียกต้องของเราเอง ติ๋มซำที่นั่นถือว่าใช้ได้ เจอซุปเยื่อไผ่ก้ามปูไปถ้วยละ ๔๐๐ บาท ก็เลยอิ่มไปตามๆกัน พอตกเย็นก็ไปต่อกันด้วยดินเนอร์ของคุณตันที่ Tokiya เป็นมื้ออาหารแบบมีราคาเดียว ๔๙๙ บาทต่อหัว ดีว่ามีกันมาหลายคนเลยได้กินมันเกือบทุกอย่างที่ที่ร้านมี

และที่เหมือนเดิมทุกปีอาหารที่อร่อยที่สุดและหากินที่ไหนไม่ได้คืออาหารที่บ้าน ทั้งของแม่ของอี๊ ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็จะมีของเหล่าโกวด้วย เดี๋ยวนี้เหล่าโกวไม่อยู่แล้วเราก็เลยอดกิน ขนมกุยช่าย หอยจ๊อ ผัดหมี่เตี๊ยวกับไก่ต้ม JJ เองก็ไม่เบา วันนั้นแม่จะทำทะเลเผาให้กิน เราก็เลยให้ JJ ช่วยโขลกกระเทียมเอาไปทำน้ำจิ้ม เห็นท่าทางแล้วทะมัดทะแมงสมเป็นเขยแม่จริงๆ เห็นแบบนี้แล้ว รักตายเลย

JJ กับแม่ไปพักอยู่ที่บ้านได้ประมาณสี่ห้าวัน แล้วก็ย้ายมานอนที่หัวหิน หลังจากที่ไปสำรวจโรงแรมกับ JJ ไปสามสี่โรงแรม โรงแรมที่เข้าวินคือโซฟิเทล JJ จองไปสิบคืน แม่เจ้าได้ยินราคาแล้วเสียดายซะมัด แต่ก็อย่างว่าแหละบางทีถึงเวลาจ่ายก็ต้องจ่าย เงินเดี๋ยวมันก็กลับมา

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว JJ ก็เลยเปิดห้องโดยเปรียบเสมือนว่ามาฮันนีมูนหนึ่งคืน เราก็เลยได้มีโอกาสนอนโรงแรมราคาแสนแพง ถ้าให้นอนเองอย่างเราไม่มีทางจ่ายเด็ดขาด จะให้ดีแค่ไหนอยู่แค่หัวหิน กลับไปนอนที่บ้านดีกว่า แต่ก็ถือว่าเป็น quality time โดย JJ มีเซอร์ไพรส์ให้ด้วย

Sofitel Centala Grand ถือเป็นโรงแรมที่มีบริเวณกว้างขวางและสวยงาม เต็มไปด้วยไ่ม้ใหญ่และมีสวนที่สวย รวมทั้งมีอาคารมีสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า colonial style เห็นแล้วนึกถึงหนังย้อนยุค เช่น ปริศนา และ วนิดา แถมเมื่อก่อนพ่อกับแม่เราก็มาฉลองงานแต่งกันที่นี่ ตอนที่ยังเป็นโรงแรมรถไฟ สามสิบปีมาแล้วโรงแรมยังมีกลิ่นไอเหมือนเมื่อก่อน ยกเว้น ช้างในสวนตัวใหญ่ขึ้น และไม้ต้นเดิมก็สูงใหญ่ขึ้น

วันที่ ๑๒ ธันวาคม ไปฉลองวันเกิดแม่กันที่ MK สาขา Central World เรื่องที่กินเนี่ยไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ สำหรับแม่แล้วสิ่งที่ดีที่สุดคือการฉลองกับลูกๆและบรรดาว่าที่ลูกเขยอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา สำหรับเราแล้วตอนที่อยู่กันครบๆเราก็คิดว่าให้พยายามทำ เพราะวันข้างหน้ามีแต่จะหายไปทีละคนสองคน พีชกับเหมียวเซอร์ไพรส์โดยการไปแอบซื้อเค้กมาให้แม่ด้วย แล้วก็ไปเตี๊ยมกับที่ร้าน ว่าพอกินเสร็จแล้วให้จุดเทียนและยกเค้กมาให้ โดยเหมียวเป็นต้นเสียง Happy Birthday ต้องขอบคุณ MK ที่ให้บริการเรื่องฉลองวันเกิดเป็นอย่างดี

มาทริปนี้แทบไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวกับ JJ เลย เวลาแทบทั้งหมดเราก็อยู่กับพ่อแม่น้องๆเรา คิดๆแล้วก็สงสาร JJ แต่ JJ ก็เป็นคนที่เข้าใจเราเป็นอย่างดี เขาบอกว่า ๓๖๕ วันเราอยู่กับครอบครัวเราแค่สามอาทิตย์ คิดถึงทีไรก็ประหลาดใจทุกที ประหลาดใจที่ได้เจอคนดีๆอย่างนี้ คนที่เป็นทุกอย่างที่เราตามหา

วันที่ ๑๘ ธันวาคม งานแต่งแพร์ ไปนั่งดูแพร์กับแบงค์ซ้อมเดินทีแรก พอเห็นน้องเดินเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงแล้วมีแบงค์ประคองเดินอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปขึ้นเวที แล้วก็อดตื้นตันไม่ได้แอบน้ำตาคลอเบ้า ดีใจน้องจะเป็นฝั่งเป็นฝา จะมีคนมาดูแลและรักน้องเรา และทำให้แพร์มีความสุข เพราะแพร์เองก็รักแบงค์เหมือนกัน ระหว่างงานก็วุ่นเลยไม่ได้ดูรูปน้องเราที่ไปถ่ายพรีเวดดิ้งมาเลย วันนั้นเห็นแล้วก็มั่นใจว่าแพร์จะมีชีวิตรักที่มีความสุข ๙ ปีที่รักกันมาจนมาแต่งงานกันในวันนี้ ทีนี้ก็รอแต่ยายพีชเนี่ยแหละ

ในวันที่จะเดินทางกลับ ครอบครัวไหนก็ไ่ม่น่ารักเท่าครอบครัวนี้อีกแล้ว ทุกคนมาส่งกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ก่อนมาก็ไปทานข้าวด้วยกัน แล้วไปรวมพลกันที่คอนโดแบงค์ เป็นภาพความทรงจำที่อบอุ่น พ่อกับแม่ พีชกับเหมียว แพร์กับแบงค์ เรากับ JJ และแม่ของ JJ

ผ่านพ้นไปอีกปี เจอกันอีกทีปีหน้า

Advertisements

Tags: , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: