โกรธตัวเองที่เป็นแบบนี้

ก็ถ้ารู้แล้วว่าทำไปมันก็ไม่เสร็จก็คงไม่นั่งเสียเวลาปั่นงานหรอก แต่เพราะประเมินแล้วว่ามันจะเสร็จ แรงที่ลงไปก็จะไม่เสียฟรี เลยวางแผนไปอย่างดีแล้วทุกอย่างก็เป็นตามที่คาดไว้จนกระทั่ง…

ก็ไม่รู้จะไปโทษใคร ที่ตอนบ่ายสามกว่าๆ เอยปากถาม Vincent เพื่อขอ feedback ว่างานที่ทำอยู่มันใช่อย่างที่เค้าต้องการหรือเปล่า แล้วก็กะจะถามส่วนที่ไม่แน่ใจด้วยจะได้ทำให้มันเสร็จๆไป แต่แล้วทุกอย่างก็กลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ

อย่างแรก เพียงวินาทีแรกที่เค้าเห็นงาน เค้าบอกเลยว่าต้องใช้เทมเพลตของบริษัท อันนั้นยังไม่เท่าไหร่แก้ได้ไม่มีปัญหา

แต่หลังจากที่เค้าดูเนื้องานแล้ว เค้ากลับขอเพิ่มโน่นเปลี่ยนนี่ ทั้งๆที่ก็คุยกันมาแล้ว scope งานมันคือเอาไอ้ที่ตกลงกันมา มาทำลงสไลด์ แต่กลายพอทำเสร็จแล้ว (ทำมากกว่าที่ควรจะทำด้วยซ้ำ) เนื่องจากทำเสร็จก่อนเวลา แล้วเอาให้เค้าดู เค้าเลยขอเพิ่มโน่นเพิ่มนี่ เบื่อมากพวกไม่รู้จักพอ แทนที่จะได้งานมีคุณภาพ มันจะกลายเป็นว่าได้ของที่ดูหรูกว่าเดิมแต่ไม่เสร็จสมบูรณ์ ไม่รู้ว่าสำหรับคนอื่นแบบไหนเลยร้ายกว่ากัน โดยส่วนตัวแล้วชอบแบบที่มันเสร็จเรียบร้อยมากกว่า ไม่ได้ต้องให้มีทุกอย่าง มีแค่เท่าที่ต้องใช้พอ เพราะไอ้มีทุกอย่างน่ะ มันเป็นไปไม่ได้ ตอนแรกว่าสิบคือทุกอย่าง พอมีสิบก็ยังขาดอยู่ดี เพราะทุกอย่างตอนนี้เปลี่ยนเป็นยี่สิบแล้ว ทำซอฟต์แวร์แล้วเป็นแบบนี้ น่าเบื่อมาก

แต่นั่นยังไม่ถึงที่สุด เพราะสิ่งที่เค้าขอแก้มันก็ยังเป็นเรื่องที่ทำได้ ก็แค่เพิ่ม estimates ตามไปด้วยเท่านั้น ซึ่งก็สมเหตุสมผล แต่ไอ้ที่ทำให้หงุดหงิดอยู่นี่คือไอ้นิสัยเสียของตัวเองมากกว่า ที่ใจง่าย ปฎิเสธใครไม่ค่อยเป็น ชอบตอบตกลงอะไรง่าย ทั้งๆที่ก่อนจะตอบสมองประมวลผลแล้วบอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะได้งานที่เรียบร้อย และผ่านการคิดอย่างรอบคอบภายในหกโมงเย็น ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ ตอนที่เค้าถามว่าจะทำเสร็จเมื่อไหร่ ซึ่งมันเป็นคำถามปลายเปิด ไมได้มีตรงไหนบอกเลยว่าต้องเสร็จวันนี้ แต่ปากกลับตอบไปว่าจะทำให้เสร็จภายในวันนี้ ด้วยความคิดงี่เง่าเพียงนิด ที่ตอนนั้นดันรู้สึกว่า อยากรับผิดชอบทำให้มันเสร็จ เพราะคิดว่าเค้าต้องรีบใช้ แต่แล้วเค้าก็เก็บกระเป๋ากลับบ้านก่อนหกโมงด้วยซ้ำ เพราะคำตอบโง่ๆ เพราะนิสัยแย่ๆ วันนี้ก็เลยต้องออกจากออฟฟิศทุ่มกว่าๆ แล้วก็รู้สึกโกรธตัวเองเอามากๆ โกรธตัวเองอยู่เงียบๆคนเดียว แล้วมันก็ยังไม่เสร็จ แต่ช่าง… เพราะให้นั่งทำต่อไปคงต้องนั่งต่อไปอื่กอย่างน้องหนึ่งชั่วโมง แล้วตอนนี้ก็ไม่อยู่ในโหมดที่จะผลิตงานคุณภาพได้ กลับบ้านดีกว่า

แล้วอย่างก็เป็นเพราะ JJ ไม่อยู่ เลยไม่มีนัดไปไหน ที่นัดจะไปกินข้าวกับน้องที่นี่ก็ยกเลิกไปแล้ว เลยคิดว่าตัวเองไม่มีธุระอะไรต้องรีบไปทำ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย เวลาส่วนตัวเป็นเวลาที่มีค่ามาก แต่เรากลับปล่อยให้คนอื่นมาเอามันไปใช้ ใช้แบบให้เปล่าซะด้วย เซ็งเป็นบ้า

หวังว่าคราวหน้าจะไม่ต้องมานั่งโกรธตัวเองที่เป็นแบบนี้อีก

Advertisements

One response to “โกรธตัวเองที่เป็นแบบนี้”

  1. Ping says :

    อ่านแล้วปัญหาคล้ายผมตอนออกมาทำงานแรกๆเลยครับพี่จ๊ะเอ๋ ^_^หมายถึงความรู้สึกเกรงใจคน รับปากอะไรกับลูกค้า และกับทีมง่ายๆ สุดท้ายงานไม่เสร็จ ทั้งๆที่ทำเต็มที่แล้ว และก่อนรับงานรู้เต็มอกว่า "ไม่ได้นอนแน่ๆ!!" สุดท้ายทำไม่ทัน ทีมโดนตำหนิ ลูกค้าโทรมาต่อว่า เอางานไป present ลูกค้าไม่ได้ตาม plan ที่วางไว้ ทำให้เสีย creditพักหลังๆ ผมหันมาอ่านหนังสือพวก ธรรมะของท่าน ติช นัช ฮัน(ไม่รู้สะกดถูกหรือเปล่า) ทำให้รู้เท่าทันชีวิต และใจเย็นลงมากๆ เลยเปลี่ยนวิธีคิดก่อนตอบแบบละเอียด และเรียนรู้วิธีการพูดจากทีม หลังๆรู้สึกว่าตัวเองมีเวลาให้ น้องบี และ โทรคุยกับป๊า กับแม่ ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องงาน แถมเอาเวลาไปออกกำลังกายได้อีก ไม่ต้องไปเสียเวลามาเครียดกับเรื่อง ไร้สาระ พวกนี้อีกผมชอบ ประโยคของพี่ที่ว่า "เวลาส่วนตัวเป็นเวลาที่มีค่ามาก แต่เรากลับปล่อยให้คนอื่นมาเอามันไปใช้" โดนใจมากๆเลยครับ ^_^ ยังไงๆ สุขภาพ ความสุข ครอบครัวของตนเองก็ต้องมาก่อนเรื่องของงานอยู่แล้วคนไทยสู้ๆi Ping

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: